Nissan Pulsar Club Thailand นิสสัน พัลซาร์ ราคา ขาย เปิดตัว รีวิว ข้อมูล สเป็ค เซลล์ ของแถม โปรโมชั่น ชุมชนของคนพันธุ์ซ่าส์ กล้า...ที่จะเติมสไตล์ให้ชีวิต
อุปกรณ์ตกแต่งแท้จากนิสสัน รับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ผู้สนับสนุน

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - jlkjljkl

หน้า: [1]
1

กระเทียม
กระเทียมกับประโยชน์ต่อร่างกาย
กระเทียม เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะมี 6-10 กลีบ นิยมประยุกต์ใช้เป็นเครื่องปรุงทำครัว กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างแตกต่างจากพืชทั่วๆไป เนื่องจากอุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก นอกเหนือจากนั้นกระเทียมประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย เช่น อาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) และซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสถาพทางร่างกาย
กระเทียม
คนไม่ใช่น้อยอาจจำกระเทียมได้จากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากสารอัลลิสิน (Allicin) นอกเหนือจากการที่จะทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่โดดเด่นแล้ว อัลลิสินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และอาจมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆดีขึ้น โดยที่คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าการกินกระเทียมอาจช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและก็เส้นเลือด ความดันโลหิต คอเลสเตอรอล ทุเลาหวัด รวมทั้งใช้น้ำมันกระเทียมเป็นยาทาภายนอกเพื่อรักษาอาการติดเชื้อโรคทางผิวหนัง เล็บ หรือช่วยรักษาอาการผมตกอีกด้วย
ทั้งนี้สิ่งที่ใช้พิสูจน์หรือหลักฐานทางการแพทย์มีมากมายน้อยเท่าใดที่จะช่วยรับรองคุณประโยชน์ คุณประโยชน์ และความปลอดภัยของการกินกระเทียมที่มีหน้าที่หรือส่วนช่วยสำหรับการรักษาโรคกลุ่มนี้
ความดันโลหิตสูง อัลลิซินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบได้ในกระเทียมสดหรือสินค้าเสริมอาการที่มีส่วนประกอบของกระเทียม อาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายของกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงหน้าในเส้นเลือดและส่งผลให้เส้นเลือดขยายตัวรวมทั้งทำให้ระดับความดันเลือดลดต่ำลง ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองชิ้นหนึ่งให้ผู้ป่วยที่มีระดับความดันเลือดสูงโดยที่มีค่าความดันซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) มากยิ่งกว่าหรือเท่ากับ 140 มิลลิตรปรอท รับประทานกระเทียมบ่มสกัด (Aged Garlic Extract: AGE) ขนาด 960 มิลลิกรัม ตรงเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าค่าความดันซิสโตลิกลดลดน้อยลงมากกว่าเมื่อเทียบกับผู้เจ็บป่วยที่รับประทานยาหลอก จึงอาจพูดได้ว่าการรับประทานกระเทียมบ่มสกัดอาจมีความสามารถสำหรับในการรักษาผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้ดีกว่ายาหลอก
ถึงแม้ว่าจะมีการทดลองอีก 2 ชิ้นที่บอกให้เห็นถึงคุณภาพของกระเทียมสำหรับการลดระดับความดันเลือดได้ดียิ่งไปกว่าการใช้ยาหลอก แม้กระนั้นเนื่องจากว่าผลของการทดสอบอาจยังไม่ถูกต้องแม่นยำเพียงพอที่จะสรุปความสามารถของกระเทียมได้ว่าสามารถรักษาหรือลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดในคนไข้ความดันโลหิตสูง จึงยังจำเป็นต้องเรียนเสริมเติมเพื่อยืนยันสมรรถนะที่เด่นชัดเพิ่มขึ้น
โรคมะเร็ง ความเชื่อมโยงของการบริโภคกระเทียมรวมทั้งความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งยังไม่แน่ชัดแล้วก็ยังคงเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ ซึ่งจะเห็นได้จากการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ชาวจีนทั้งปวงศชายและผู้หญิงที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารปริมาณกว่า 5,000 คน กินสารอัลลิทริดินขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยทำการทดลองตรงเวลา 5 ปี รวมทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับประทานยาหลอกแล้วพบว่ากรุ๊ปที่กินสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกต่ำลง 33 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะต่ำลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็แล้วแต่ มีการทำการศึกษาเรียนรู้อีก 19 ชิ้นทำให้เห็นว่า ยังไม่พบหลักฐานที่น่าไว้วางใจได้ที่จะช่วยสนับสนุนความเกี่ยวเนื่องของการบริโภคกระเทียมต่อการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะ โรคมะเร็งทรวงอก มะเร็งปอด หรือโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมีหลักฐานที่ค่อนข้างจะจำกัดที่ส่งเสริมว่าการบริโภคกระเทียมอาจช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งไส้ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกล่องเสียง โรคมะเร็งในช่องปาก หรือโรคมะเร็งรังไข่
ทั้งนี้สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCI) ได้บอกว่ากระเทียมเป็นพืชผักที่อาจมีคุณสมบัติต้านโรคมะเร็ง แต่ยังมีต้นเหตุอื่นๆอย่างเช่น ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากกระเทียม หรือจำนวนความเข้มข้นที่นานาประการ อาจส่งผลให้พิสูจน์ถึงสมรรถนะของกระเทียมได้ยาก และก็เมื่อเวลาผ่านไปหรือเก็บเอาไว้ภายในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจก่อให้ความสามารถของกระเทียมสิ้นสุดไปได้เช่นกัน
แก้หวัด หลายคนมั่นใจว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์และก็เชื้อไวรัส รวมทั้งมีการประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันและก็ทุเลาอาการหวัดมาอย่างนาน ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครปริมาณ 146 คน รับประทานสารสกัดจากกระเทียมแบบเป็นเม็ดซึ่งประกอบไปด้วยสารอัลลิซินขนาด 180 มก.วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 12 อาทิตย์ แล้วให้อาสาสมัครเขียนบันทึกอาการเมื่อเป็นหวัด พบว่าในกรุ๊ปที่กินสารสกัดจากกระเทียมมีรายงานการเป็นหวัดปริมาณ 24 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินยาหลอกที่มีรายงานการเป็นหวัดจำนวน 65 ครั้ง ทั้งยังพบว่าระยะเวลาของการเป็นหวัดในกรุ๊ปที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีปริมาณวันที่น้อยกว่า แต่ระยะเวลาการฟื้นฟูสภาพจากอาการหวัดของทั้งยัง 2 กลุ่มมีความแตกต่างกันเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ ถึงแม้ผลของการทดลองข้างต้นจะชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของกระเทียม แต่ว่าหลักฐานการทดลองทางสถานพยาบาลยังไม่พอรวมทั้งควรต้องเรียนเพิ่มเพื่อรับรองความสามารถของกระเทียมให้ชัดแจ้งเพิ่มขึ้น
ลดความอ้วนและมวลไขมัน ในคนเจ็บภาวการณ์ไขมันพอกตับ ที่มิได้เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่มักมีเหตุมาจากโรคอ้วน เบาหวานประเภทที่ 2 ความดันเลือดสูง แล้วก็ไขมันในเลือดสูง ซึ่งการดูแลและรักษาด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือลดความอ้วนบางทีอาจไม่พอ ถ้าหากไม่ดูแลประเด็นการทานอาหารควบคู่ไปด้วย การกินกระเทียมจึงบางทีอาจเป็นลู่ทางหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะกระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์แล้วก็สารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณสมบัติคุ้มครองป้องกันภาวะอ้วน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาค้นคว้าวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ผู้ป่วยไขมันพอกตับที่มิได้มีต้นเหตุที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้นศชายและก็เพศหญิง อายุตั้งแต่ 20-70 ปี จำนวนทั้งหมด 110 คน รับประทานกระเทียมผงประเภทแคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม ซึ่งภายในประกอบไปด้วยสารอัลซิลินขนาด 1.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 15 สัปดาห์ โดยสามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่ว่ารับประทานกระเทียมได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 2 กลีบ จากผลการทดลองชี้ให้เห็นว่า น้ำหนักและมวลร่างกายน้อยลงอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก จึงอาจกล่าวได้ว่าการกินกระเทียมอาจช่วยลดจำนวนไขมันในตับและก็คุ้มครองหรือชะลอการเกิดสภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีต้นเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็แล้วแต่การศึกษาในอนาคตยังต้องดีไซน์การทดสอบให้ดียิ่งขึ้นแล้วก็ควรจะเพิ่มช่วงเวลาสำหรับการทดลองเพื่อรับรองคุณภาพของกระเทียมให้ชัดแจ้งเพิ่มขึ้น
ลดระดับคอเลสเตอรอล หลักฐานเกี่ยวกับคุณภาพของกระเทียมต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลยังคงมีความขัดแย้ง ก็เลยทำให้ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับการทดสอบและการศึกษาเล่าเรียนโดยการทบทวนงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่เกี่ยวโยงปริมาณ 29 ชิ้น ได้ทำให้เห็นว่า การกินกระเทียมอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้บางส่วน แต่ไม่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เพิ่มสูงขึ้น ไหมทำให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจลดน้อยลงแต่อย่างใด จึงยังจำต้องเรียนรู้เสริมเติมเพื่อหาผลสรุปรวมทั้งยืนยันประสิทธิภาพของกระเทียมต่อระดับคอเลสเตอรอลที่เด่นชัดยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยในการกินกระเทียม
การกินกระเทียมค่อนข้างไม่เป็นอันตรายถ้าหากกินในปริมาณที่สมควร แต่อาจจะส่งผลให้เป็นผลใกล้กันได้ อาทิเช่น ปากเหม็น มีกลิ่นตัว รู้สึกแสบร้อนที่บริเวณปากหรือที่กระเพาะ แสบร้อนกึ่งกลางอก ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย อาการเหล่านี้บางทีอาจทวีความร้ายแรงขึ้นเมื่อรับประทานกระเทียมสด ทั้งยังการใช้กระเทียมสดทาหรือสัมผัสที่บริเวณผิวหนังอาจจะเป็นผลให้กำเนิดอาการแสบร้อนแล้วก็เคืองได้
ข้อพึงระวังในการรับประทานกระเทียมโดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือคนที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานกระเทียมในตอนการมีท้องออกจะปลอดภัยถ้าหากรับประทานเป็นอาหารหรือในจำนวนที่สมควร แม้กระนั้นอาจไม่ปลอดภัยถ้าหากรับประทานกระเทียมเป็นยารักษาโรค ทั้งยังยังไม่มีช้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทากระเทียมที่บริเวณผิวหนังในตอนการท้องหรือให้นมบุตร
เด็ก การรับประทานกระเทียมในจำนวนที่สมควรและในระยะสั้นๆบางทีอาจปลอดภัยสำหรับเด็ก แต่ว่าการใช้กระเทียมทาบริเวณผิวหนังอาจจะก่อให้กำเนิดอาการแสบร้อนและระคายเคือง
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะหรือการย่อยของอาหาร อาจก่อให้มีการระคายที่ทางเดินของกินได้
คนที่มีความดันเลือดต่ำ การรับประทานกระเทียมอาจส่งผลให้ระดับความดันโลหิตลดลดน้อยลงมากยิ่งกว่าปกติ
คนที่วางแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานกระเทียมก่อนการผ่าตัดขั้นต่ำ 2 อาทิตย์เนื่องจากอาจก่อให้เลือดออกมากและก็มีผลต่อความดันโลหิตในระหว่างการผ่าตัด และผู้ที่มีภาวการณ์เลือดออกไม่ดีเหมือนปกติไม่สมควรรับประทานกระเทียม โดยยิ่งไปกว่านั้นกระเทียมสด เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เลือดออกได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
คนที่อยู่ในระหว่างการกินยารักษาโรค อาทิเช่น ไอโซไนอะสิด เนื่องจากกระเทียมอาจลดการดูดซึมของยาในร่างกายและส่งผลต่อความสามารถการทำงานของยา รวมถึงไม่สมควรกินกระเทียมในระหว่างใช้ยาดังนี้
ยารักษาการติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องหรือโรคเอดส์
ยาคุมกำเนิด
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ยาต้านเกล็ดเลือด
http://www.disthai.com/

หน้า: [1]