Nissan Pulsar Club Thailand นิสสัน พัลซาร์ ราคา ขาย เปิดตัว รีวิว ข้อมูล สเป็ค เซลล์ ของแถม โปรโมชั่น ชุมชนของคนพันธุ์ซ่าส์ กล้า...ที่จะเติมสไตล์ให้ชีวิต
อุปกรณ์ตกแต่งแท้จากนิสสัน รับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ผู้สนับสนุน

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Cha-Gun

หน้า: [1] 2
1

ต้นเรื่องคือ จะหาที่ต่อไฟ ไปใช้งานกับกล้อง DVR (ไม่อยากเสียบช่องจุดบุหรี่อีกแล้ว จะเดินสายให้เรียบสวย ไม่รกลูกตา)
ยังไม่มีเวลาทำเลย  :-\

2
สำหรับการเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้าด้านคนขับนั้นจะมีระบบ Auto คือ กดครั้งเดียวขึ้นสุด–ลงสุด
ถ้ามันไม่เป็นดังที่กล่าว มีวิธีReset ตามนี้ครับ (สำหรับท่านที่ไม่ทราบนะครับ)

วิธีResetให้กลับมาใช้งานเหมือนเดิม
(บางทีบางท่าน ตั้งแต่รับรถป้ายแดงมา ยังไม่ได้ตั้งให้มันAuto ก็มีนะ)
1. กดปุ่มกระจกด้านคนขับลงมาจนสุดค้างไว้สัก 5 วินาที
2. เมื่อกดลงมาสุดแล้วทำกลับกัน กดปุ่มเลื่อนกระจกขึ้นจนสุด ค้างไว้5 วินาที 
3. ทำขั้นตอน1.และ2. ให้ทำลองทดสอบว่าเป็นAutoหรือยัง   ถ้ายังแสดงว่าการกดค้างยังไม่สมบูรณ์ ลองเริ่มใหม่

กระจกขึ้นลงAuto จะทำได้เฉพาะด้านคนขับ  กระจกด้านอื่นที่เหลือกดจังหวะเดียวปกติ
กดยาวลงสุดขึ้นสุด   กดแตะๆขึ้นลงตามน้ำหนักกด (น่าจะงงเพิ่มขึัน 55)
เพื่อให้เห็นภาพ ขอยืมคลิปหลุดจาก คุณBiere (ผู้ชำนาญการพิเศษ)นะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=ozd9FiK9-tA




3
ในกลุ่มไลน์เป็นประเด็นถกเถียง และงงงวน กันตอนนี้กับ ไฟตัดหมอกติดรถ จากโรงงาน
ว่า ...เป็นคราบ ขุ่น มีรอยแบบในภาพนี้มั้ย มันผิดปกติ หรือ ความตั้งใจ
แต่สำหรับผม เคลมมาเรียบร้อย เจอตั้งแต่วันรับรถ

4
      ฮาโลเจน (ปรับระดับได้) ไฟหน้า ของเราที่ส่องออกไป เป็นรูปแบบไหน  ยกตัวอย่างเมื่อส่องไปท้ายรถคันหน้า
แบบไหนปกติ ไม่แน่ใจว่า"ไบซีนอน โปรเจคเตอร์ ลำแสงเป็นยังไง 
ส่วนตัวก็ใช้SV ฮาโลเจนอยู่ เลยทำตัวอย่างภาพมาถามกันครับ
มีแบบสูงไป ต่ำไป สองข้างไม่เท่ากัน ไฟเอียง  ระดับไฟอยู่ระดับไหน  อยู่ดีๆจะได้มีเรื่อง
ของผมเอง ไฟที่ส่องไปจะเป็นแบบA1   
 :-\



ของผมเองแสงไฟจะเป็นแบบนี้

รูปบนนี้เคยเห็นในรถบางรุ่น ที่จะปรับมุมไปรวมกันด้านซ้าย จะเห็นว่ายังเห็นมุมแหลมของหลอดข้างขวาเล็กน้อย

อันนี้  ผิดปกติแน่ๆ เพราะ ไฟสองข้างสูงต่ำไม่เท่ากัน ต้องไปปรับตั้งใหม่

ภาพบน แสดงให้เห็นว่า หลอดข้างขวาหันมาซ้ายมากเกินไป  ทำให้รถสวนเลนมาจะสบายตามาก แต่เราเองจะไม่เห็นทางด้านขวา

ภาพบน ไฟด้านขวาสูงไป

ภาพบน แสดงถึง ตั้งไฟสูงเกินไป สังเกตุจากขอบลำแสงไปส่องถึงกระจกมองหลังของคันหน้า แบบนี้รบกวนสายตาคันหน้ามากๆ แก้ไขโดยการปรับที่สวิทช์ก่อน ถ้ายังลงไม่พอต้องปรับที่ตัวโคมอีกครั้ง

ภาพบน ไฟต่ำไป (ความเห็นส่วนตัวที่ว่ามันต่ำไป เพราะขอบลำแสงแตะป้ายทะเบียนคันหน้าจะกำลังดี เมื่อไม่มีรถข้างหน้า ไฟส่องทางได้ระยะพอดีๆ

ภาพบนแสดงถึง ลำแสงหลอดไฟทั่วๆไป มุมไฟจะไม่คม กระจาย ไม่มีทิศทาง

ภาพบน แสดงถึง ไฟขาด 555  ไฟไม่มีขอบ



5
ระยะนี้ ถึงแม้จะเข้าฤดูหนาว แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ร้อนๆขึ้น อย่างเช่น พัดลมแอร์เสีย ก็ให้ปฏิบัติตามนี้นะครับ
แม้ว่ามันจะพัง แต่ก็ช่วยให้อาการเบาลงได้บ้าง ถ้ารู้ตัวก่อน
 :-\
แค่พอรู้ไว้นะครับ   อย่าได้เจอกันเลย    สาธุ   
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=-i5YeqWUrt8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=-i5YeqWUrt8</a>



6
ช่วงนี้เห็นเพื่อนๆพี่ๆ ขับรถท่องเที่ยวกันเยอะ รวมทั้งผมเองด้วย เบื่องต้นก็พอรู้เรื่องบ้างแต่ก็ค้นหาข้อมูลอยู่เรื่อยๆ เพราะเท่าที่ไปลองขึ้นเขาลงเขามา ก็เดาอาการกำลังรถยากมาก  ขาไปเหนื่อย ขากลับก็พอเริ่มๆจะเข้าใจอารมณ์เกียร์ขึ้นบ้าง กำลังสนุกก็ถึงที่หมายทางเรียบเสียแล้ว    จึงนำสาระเล็กๆน้อยๆมาฝาก(สาระคัดมาบางส่วน กลัวรกบอร์ด)
 :emo_108:
ในที่สุดฤดูหนาวก็เวียนมาบรรจบอีกครั้ง แม้ว่าเราอาจจะต้องยอมรับว่า ตอนนี้ยังมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง แต่หนาวแบบนี้เชื่อเลยว่า เพื่อนๆ หลาย คนคงมีแผนที่ขึ้นยอดดอย หาโอกาสสักครั้งไปสัมผัสลมหนาว

การขับรถขึ้นดอย หรือถูเขานั้น เป็นสิ่งที่หลายคนหวั่นใจมาก โดยเฉาะ คนที่เพิ่งจะขับรถ หรือพูดตามตรงว่า ยังขับรถไม่คล่องมากมายนัก ซึ่งนั่นทำให้หลายคนมองว่ามันยากมาก ทั้งที่จริงแล้ว การเดินทางบนเส้นทางสูงชั้น อาจจะไม่ยากอย่างที่คิดเพียง แต่ต้องรู้และเข้าใจ ที่สำคัญระวังและอย่าประมาท ซึ่ง วันนี้ เรามีเทคนิคการขับรถขึ้น-ลงเขามาฝากกัน
ก่อนขับขี่
1.เตรียมรถ ...ก่อนจะเริ่มต้นเดินทาง บอกเลยว่า ก่อนจะคุณจะคิดไปไกล เหลียวมองคู่ใจข้างกายก่อนว่า สภาพมันพร้อมแค่ไหนกัน รถที่ใช้งานปกติ แม้จะวิ่งดีบนทางราบ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะสมรรถนะเยี่ยมไปจนถึงยอดเขา จำไว้เลยว่า ก่อนเดินทางเช็ครถให้พร้อม โดยเฉพาะ เบรก  คลัทช์ (ในกรณีถ้าคุณเป็นเกียร์ธรรมดา) เครื่องยนต์ และท้ายสุด ระบบระบายความร้อนพวกหม้อน้ำ และพัดลมไฟฟ้า อะไรแบบนี้ จำเป็นต้องตรวจสอบมาอย่างดี

2.รู้จักเส้นทาง ก่อนเดินทางนักขับที่ดี ต้องรู้จักสภาพเส้นทางก่อนว่า มันมีความโหดร้ายเพียงใด แต่การศึกษาไม่ใช่ทำให้คุณถอดใจ แต่ต้องการให้เตรียมใจ เพื่อเราจะได้รู้สึกระมัดระวังมากขึ้น ดีกว่ามะงุมมะงาหรา ทะเล่อขึ้นไปตายเอาน้ำบ่อหน้า แบบนั้นไม่ส่งผลดี สิ่งที่ควรรู้คือลักษณะเส้นทาง และความสูงชั้น ซึ่งคุณจะมีโอกาสประเมิน เพื่อเตรียมสภาพรถด้วย

3. รู้จักรถ จำไว้เลยว่านักขับที่ดีจะต้องรู้จักรถที่เขาขับเป็นอย่างดีว่ามันมีความสามารถในการขับขี่มากน้อยแค่ไหนกัน สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องขึ้นเขา คือ รอบแรงบิดสูงสุด และการตอบสนองเกียร์ โดยเฉพาะรถเกียร์อัตโนมัติ คุณควรจะจำไว้ให้แม่นเป็นอย่างดี




เมื่อขับขี่
1. มีสติ ถ้าถามว่าทางเขาขับยากไหม ผมบอกเลยว่าไม่ยาก เพียงแต่สิ่งที่สำคัญคืออย่างประมาท อย่าล้อเล่นกับทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่คุณไม่คุ้นเคย พยายามมีสติกับการขับขี่ แต่อย่าเกร็ง หรือ กลัวจนเกินไป

2. ใช้สมรรถนะรถ ให้ถูกต้อง ... หลายคนที่ขับรถขึ้นเขามักจะใช้ความเคยชินเข้าว่าในการขับขี่ ทั้งที่จริงการขึ้นเขาหรือลงเขาไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันคือการดึงสมรรถนะรถออกมาใช้ให้มากที่สุด เพื่อทำให้คุณฝ่าอุปสรรคไปได้ง่ายขึ้น นั่น ดังนั้นจำที่เราบอกให้จำรอบแรงบิดและแรงม้าได้ไหม .. มันจะมีประโยชน์มาก เมื่อคุณขึ้นเขา แรงบิดจะถูกนำมาใช้เพื่อให้รถคุณไม่ไหลลงไป ด้านล่าง เช่นเดียวกัน จังหวะต่อเกียร์ที่คุณเรียนรู้นั้น มีผลทันทีเมื่อต้องขึ้นเขา ซึ่งการเข้าเกียร์ถูกจังหวะมีส่วนสำคัญมากต่อการขับขี่
3. จังหวะในการขับขี่ เมื่อไม่นานมานี้ผมมาแรลลี่ของรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งพวกเขาต้องพาลูกค้ากว่า 40  คัน ตะลุยขึ้นดอย แต่ว่า สิ่งที่เขาลืมไปมากๆ คือ การขับรถขึ้นเขา ควรจะมีการเว้นช่องไฟระหว่างคันมากพอสมควร ไม่ว่าจะในระหว่างการขึ้นหรือลงเขา

เนื่องจากเส้นทางนั้นมีความอันตรายในตัวมากพอสมควร การเว้นช่องไฟระหว่างคันมากๆ มีประโยชน์   มาก คือ 1.  คุณเห็นเส้นทางข้างหน้า ทำให้วิเคราะห์ โค้งและความชันได้มาก  ทำให้เราสามารถตอบสนองต่ออาการของรถ หรือ วิเคราะห์ได้ก่อนที่จะขับถึงจุดนั้น

2.การเว้นระยะมีประโยชน์ เผื่อคันหน้าเกิดกรณี ฉุกเฉิน เช่นขึ้นไม่ไหว หรือรถตายกลาง ทาง คุณเองก็มีโอกาสที่จะหลบเลี่ยง และท้ายที่สุด การเว้นระยะ ทำให้คุณมีโอกาสเร่งส่งรถขึ้นเขาได้สบายมากขึ้น ยิ่งรถใครที่เป็นเครื่องเบนซินกำลังไม่มา โดยเฉพาะ กลุ่ม  1.2-1.8  ลิตร ต้องพิจารณาเรื่องนี้มากๆ การเว้นระยะเพื่อเร่งส่งอาจจะจำเป็น
4.รู้จัก engine  brake  ..หลายคนที่ขับรถขึ้นเขาอาจจะจำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษบางประการ โดยเฉพาะขาลง การใช้เบรกมาก อาจจะทำให้เบรกไหม้ และท้ายที่สุดเกิดอาการเฟดตัว คือ เบรกจะไม่สามารถหยุดรถได้อย่างตามต้องการ ซึ่งปัญหานี้แก้ได้ง่ายมาก ด้วยการใช้ Engine Brake

เจ้า  Engine Brake  หรือ เบรกจากเครื่องยนต์เป็นการใช้แรงเสียดทานในการทำให้รถมีอาการหน่วง ในระหว่างการลงเขา ซึ่งมีข้อดีคือมันทำให้คุณใช้เบรกน้อยลงกว่าปกติในระหว่างการเดินทาง  ซึ่งการใช้เบรกแบบนี้ต้องพึงระวังมาก เมื่อรอบเครื่องทำงานสูงไป อาจจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอได้ไวปกติ ดังนั้นจำไว้ว่าต้องไว้ว่าต้องดูรอบเครื่องยนต์ประกอบเสมอระหว่างการใช้  Engine Brake  ถ้าเครื่องยนต์สูงไป คุณต้องขึ้นเกียร์ต่อไปทันที เพื่อลดภาระ เครื่องยนต์ แต่จังหวะนั้นต้องดูตามความเหมาะสมกันเอาเอง

ที่จริงแล้วการขับรถขึ้นและลงเขานั้นไม่ใช่เรื่องยากมากมายนัก จำไว้ว่า ต้องมีสติในการขับขี่ ศึกษาและเตรียมพร้อม นั่นจะทำให้การขับขี่บนเส้นทางเขานั้นไม่ยากกว่าที่คุณจะไปได้
Cr: http://www.autodeft.com


7
ปัจจุบันการขับรถปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีต่างๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในรถยนต์สมัยนี้ ต่างก็ช่วยที่จะทำให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบเตือนต่างๆ ขณะการขับขี่ กล้องมองหลังหรือจะช่วยมองด้านข้างเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเบรคในทางทางลาดชัน ระบบช่วยออกตัวในทางลาด ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของระบบต่างๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในรถยนต์ยุคปัจจุบันเท่านั้น เห็นได้ว่าระบบต่างๆ เหล่านี้ทำให้เราสามารถขับรถได้สะดวกสบาย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น กว่าสมัยก่อนที่ยังไม่มีระบบตัวช่วยต่างๆ นี้เข้ามา อย่างมาก


“แล้วถ้าถามว่าจำเป็นไหม? ที่เราต้องมีทักษะในการขับขี่ หรือจำเป็นไหมที่จะต้องไปฝึกอบรมการขับขี่ การควบคุมรถอย่างไรให้ปลอดภัยตามที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้น”

อุบัติเหตุนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยที่เราไม่สามารถล่วงรู้ได้ การที่เรามีทักษะที่ดี ที่ถูกต้องในการที่จะควบคุมรถจากสถานการณ์ต่างๆ เป็นทั้งการแก้ไข และยังเป็นการป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย เช่น
 
-การแก้ไขอาการรถหมุน (Over-steering) ยกตัวอย่างง่ายๆ ขณะที่เรากำลังกลับรถ บนพื้นถนนอาจจะมีน้ำมัน หรือของเหลวที่ทำให้รถลื่นไถล่ ส่งผลทำให้รถเสียอาการท้ายออก และรถอาจจะหมุนได้ หลายคนอาจจะตกใจ บางคนเหยียบเบรค บางคนเหยีบคันเร่ง ซึ่งถ้าไม่มีทักษะในการควบคุม เมื่อรถเกิดอาการ Over-steering แล้ว ก็อาจจะไม่สามารถที่จะนำรถกลับมาในช่องทางปกติ และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

-การแก้ไขอาการรถดื้อโค้ง (Under-steering) เกิดขึ้นได้ทั้งการเข้าโค้ง และออกโค้ง ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ เมื่อเราเข้าโค้งด้วยความเร็วที่มากเกินไป โดยไม่มีการชะลอความเร็ว ตัวรถจะไถล่ออกนอกโค้ง หรือที่เรียกกันว่าแหกโค้งนั้นเอง การที่เรามีทักษะในการขับขี่ เราก็จะรู้ได้ว่าเมื่อต้องเข้าโค้ง ต้องชะลอความเร็ว หรือแตะเบรคก่อนเข้าโค้ง ไม่แนะนำให้เบรคขณะในโค้ง เพราะอาจทำให้รถเสียหลักได้ และเมื่อถึงกลางโค้งให้เร่งคันเร่ง และค่อยๆ คืนพวงมาลัยเมื่อสุดไปตามทางโค้ง เพียงเท่านี้เราก็สามารถที่จะป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้แล้ว

-การควบคมุอาการรถเวลาเสียหลัก (Emergency Handling) บนท้องถนนเราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง การที่เรามีทักษะ ความพร้อม และมีสติขณะขับขี่อยู่เสมอ จะช่วยทำให้อุบัติเหตุไม่เกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่าง่ายๆ ขณะที่เราขับรถอยู่บนท้องถนน อาจจะไปเจอกับสิ่งกีดขวางที่เราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่ามันอยู่ข้างหน้าเรา เราจะต้องหักหลบไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อหลบสิ่งกีดขวางนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่เกิดการปะทะ หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น ฉะนั้นเราควรมีสติอยู่กับการขับขี่ สายตามองถนน มองไกลๆ มองยาวๆ ที่ถนน เพื่อคาดการณ์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงหากคิดว่ามันไม่ปลอดภัย


เห็นข้อมูล ว่าดีมีประโยนช์ จึงนำมาฝากชาวpulsar-club
เรื่องโดย @toptaro  http://www.autodeft.com/tiptechnic/skill-driving


8
เห็นว่า บทความดีมีประโยชน์มาก  จึงนำมาฝากครับ  คัดมาบางส่วน by:http://www.rongrod.com    สาระเต็มๆ กดที่นี่http://www.rongrod.com/rongrod-variety/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-%E2%80%9C%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B9%84%E0%B8%9F%E2%80%9D-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%89-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A-%E2%80%9C%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E2%80%9D/ :)
ไฟเลี้ยว
     เริ่มกันจากไฟเลี้ยวซ้ายและขวา ที่เราจะได้ใช้กันบ่อยที่สุด แต่ก็มีคนใช้งานผิดๆ อยู่เยอะ อะไรผิด อะไรถูก ดังนี้
ข้อควรทำ

    เปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงจุดที่จะเลี้ยว : โดยการเผื่อระยะทางไว้ประมาณ 200 เมตร เพื่อให้รถคันหลังได้ “มีเวลาจะรู้” ว่าเราจะเลี้ยวไปไหน เพื่อที่จะลดความเร็ว (เพราะเวลาเราเลี้ยวเราก็ต้องเบรกใช่ไหม) และหาทางเปลี่ยนเลนหลีกจากรถเราไป โดยที่ไม่มาจิ้มตูดเราเสียก่อน

    หมั่นตรวจสภาพไฟเลี้ยว : บางคันไฟเลี้ยวติด แต่ไม่สว่าง อาจจะเป็นจาก “หลอดเสื่อมสภาพ” บางทีก็ “สายดินหลุด” หรือ “จานฉายด้านในกับโคมนอกขุ่น มัว” เหล่านี้ก็ทำให้ไฟเลี้ยวไม่สว่างพอที่จะเห็นได้ระยะไกล ก็ควรจะซ่อมบำรุง ทำความสะอาดโคม เปลี่ยนหลอดใหม่ เช็คสายดิน คือทำยังไงก็ได้ให้มันกลับมาสว่างเหมือนเดิมแล้วกัน

    ถ้าไฟเลี้ยวขาด : เปิดไม่ติด อันนี้จะยิ่งเกิดอันตรายมาก เพราะรถคันหลังไม่รู้ว่าเราจะเลี้ยว อาจจะมีการ “เสียวบั้นท้าย” เกิดขึ้นได้ ไฟเลี้ยวไม่ติดนี่สังเกตอาการง่ายมากครับ คือ “ไฟเลี้ยวข้างที่ขาด จะกระพริบเร็วผิดปกติ” สมมติเปิดไฟเลี้ยวซ้าย กระพริบปกติ แต่เปิดไฟเลี้ยวขวา กระพริบเร็วผิดปกติ นั่นคือ “ไฟเลี้ยวด้านขวามีหลอดที่ขาด” ก็ลงไปดูว่าหลอดไหน แล้วก็แวะเปลี่ยนนะครับ หลอดนึงไม่กี่ตังค์หรอก ดีกว่าต้องมานั่งกุมกบาลเวลาโดนชนครับ

    อย่าเปิดไฟเลี้ยวค้างไว้ : โดยปกติ เวลาเราเลี้ยวรถ เวลาหมุนคืนพวงมาลัย ไฟเลี้ยวจะดีดกลับเองอยู่แล้ว อันนั้นไม่เป็นปัญหา แต่บางทีเราเปิดไฟเลี้ยวเวลาเปลี่ยนเลน พวงมาลัยหมุนนิดเดียว ไม่ถึงจังหวะที่ไฟเลี้ยวจะดีดกลับ มันก็จะเปิดค้างอยู่ยังงั้น อันนี้แหละที่จะลืมกันบ่อยๆ ทำให้รถคันหลังเกิดการสับสน ตกลงคุณมรึงจะเลี้ยวหรือไม่วะ อันนี้เจอเยอะนะครับ รถหลังชะลอดูเชิง แล้วก็ไปด้วยความสับสน จะทำให้เสียเวลาครับ ยังไงพยายามสังเกตดูหน่อย อย่าเปิดค้างไว้ครับ

สิ่งอย่าทำ
     ไม่เปิดไฟเลี้ยว : คนเราแม่มก็แปลก ไฟเลี้ยวเขามีไว้ให้ใช้ก็ไม่ใช้กัน นึกจะเปลี่ยนเลนก็ “ตบ” เอา นึกจะเลี้ยวกรูก็เลี้ยว ไม่โดนรถอื่นจวกเละก็ไม่สำนึก ใครจะรู้ครับว่าท่านจะไปทางไหน นี่เป็นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ แล้วก็มานั่งเถียงกันว่าทำไม เปิดไฟเลี้ยวให้ถูกต้องและถูกจังหวะดีกว่าไหมครับ

    เปิดไฟเลี้ยวแล้วเลี้ยวเลย : เหมือนจะถูกนะ แต่ก็ผิด เพราะเวลาเลี้ยว คุณต้อง “เผื่อให้รถหลังเตรียมตัวชะลอ หรือเปลี่ยนเส้นทางไปทางอื่นด้วย” ถ้าจู่ๆ เปิดไฟเลี้ยวแล้วเลี้ยวควับ รถหลังจะไม่ได้เผื่อ ก็ทำให้เกิดการเบรกกะทันหัน หรือไม่ก็เกิดการชนกันได้ ไม่เฉพาะชนท้าย แต่รถอีกฝั่งก็มีสิทธิที่จะสับสน งานนี้ก็ “ประสานงา” กันไป

    เลี้ยวแล้วค่อยเปิดไฟเลี้ยว : นรกครับ ไม่รู้จะทำไปทำไม บางทีเข้าใจว่าเวลาจะเปลี่ยนเลน หากเปิดไฟเลี้ยวจะมีคน “โรคจิต” คอยมากัน ก็เลยติดเป็นนิสัย อันนี้คงต้องปรับทัศนคติใหม่ เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าให้ถูกต้อง ใครจะกันก็ช่างแม่งมันเหอะครับ มันต้องมีสักคนที่ให้ไป แต่ไม่ใช่ไปแทรกแบบเห็นแก่ตัวนะครับ ใจเขาใจเรา

    เปิดไฟเลี้ยวซ้ายทีขวาทีเร็วๆ : เห็นบ่อยๆ ครับ เวลาจะเบรกค่อนข้างกะทันหัน จะมีคนที่เปิดไฟเลี้ยวต๊อกแต๊กๆ ซ้ายทีขวาทีแบบถี่ๆ เร็วๆ ก็คงจะเตือนให้รถคันหลังรู้ตัว แต่ความเป็นจริงแล้ว ในมุมมองของเรา มันอาจจะสร้างความสับสนให้ได้พอควร จริงๆ แล้วสัญชาติญาณคนเราเวลาขับรถ เห็นคันหน้าเบรกท่าทีกะทันหัน เราก็ต้องพร้อมจะหยุดแล้วละครับ สังเกตจริงๆ คือ ไฟเบรก ยิ่งรถรุ่นใหม่รุ่นไฮเทคหน่อย เมื่อเบรกรุนแรง ไฟเบรกจะกระพริบถี่ๆ เอง เพื่อเป็นสัญญาณว่าเบรกฉุกเฉินนะ
 :D
ไฟฉุกเฉิน
อันนี้แหละครับที่เปิดกันผิดจุดประสงค์อย่างพร่ำเพรื่อ ความเข้าใจผิดๆ ที่ต้องเปิดเป็นการรณรงค์กันเป็นเรื่องเป็นราว หน้าที่ของไฟฉุกเฉิน (Hazard) ก็คือ “ใช้เปิดตอนที่จอดฉุกเฉิน” เท่านั้น ไม่ได้ให้เปิดตอนรถเคลื่อนที่อยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็จะใช้ตอนรถวิ่งอยู่ ใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ก่อให้เกิดอันตรายได้อย่างคาดไม่ถึงเลย

สิ่งควรทำ
    จอดไหล่ทางฉุกเฉิน ควรเปิดเอาไว้ : จะเกิดเหตุอะไรก็ตามแต่ ที่ทำให้ท่านต้องเข้าจอดริมขอบทางฝั่งซ้ายโดยฉุกเฉิน รถเสีย น้ำมันหมด ยางแบน ฯลฯ เมื่อจอดชิดฝั่งซ้ายแบบเรียบร้อยแล้ว หรือกรณีเกิดอุบัติเหตุ รถเสียกะทันหันที่ไม่สามารถนำรถเข้าชิดไหล่ทางได้ เหล่านี้ต้องเปิดไฟฉุกเฉิน เพื่อเป็นการ “เตือนว่ากรูจอดอยู่นี่นะ” เพื่อให้รถหลังสังเกตได้ในระยะไกล เพื่อที่จะเตรียมตัวหยุด ชะลอ หลบหลีก จะได้ไม่ชนซ้ำเรา

    เปิดตอนรถเคลื่อนตัวก็ได้ แต่ต้องดูเหตุการณ์ : บางทีไฟฉุกเฉิน ก็พออนุโลมให้ใช้ตอนรถเคลื่อนที่ได้ เช่น การลากรถเสีย หรือรถมีปัญหา ต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ำ รถไฟหน้าเสียทั้งหมด จะไฟต่ำไฟสูงก็ไม่ติดซักกะอย่าง มองไม่เห็นทางต้องค่อยๆ คลำไป อันนี้เปิดไว้ได้ แล้ววิ่งชิดฝั่งซ้ายไป ถ้าจะเปลี่ยนเลน ก็ต้องปิดไฟฉุกเฉิน แล้วค่อยเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยครับ

สิ่งอย่าทำ
    อย่าเปิดไฟฉุกเฉินตอนจะถึงแยก : เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของไทยแลนด์โอนลี่ ที่ทำกันมานานมาก และทำกันอยู่บ่อยๆ ก็เข้าใจว่าเป็นการเปิดเตือนให้รถหลังระวัง จะถึงแยกแล้วนะ ก็เป็นเหตุผลที่ดี แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องก็ได้ เพราะถ้าไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวใดๆ คนก็ต้องรู้แล้วว่าเราจะไปตรง กรณีการเปิดไฟฉุกเฉินผ่าแยก หรือ “ไฟผ่าหมาก” ก็ไม่รู้ใครคิดขึ้นมานะคำนี้ แสดงได้ชัดเจนว่าใช้สำหรับผ่าแยก ผ่าตรงจริงๆ อย่างที่เขาว่า ผลเสียของการเปิดไฟฉุกเฉินผ่านแยก คือ “ในบางมุม รถคันอื่นจะเห็นไฟเลี้ยวด้านเดียว ทำให้รถคันอื่นที่มาด้านข้าง เข้าใจผิดว่าเราจะเลี้ยว” แต่เมื่อเราไม่เลี้ยว ก็ตรงไปป๊ะกันเต็มๆ อันนี้แหละที่จะทำให้เกิดการสับสน จำไว้ว่า เมื่อเราเจอแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ และต้องการตรงไป ไม่ต้องเปิดสัญญาณไฟใดๆ เลย เพียงแต่ลดความเร็วลง และมองให้ดีก่อนจะผ่านไป หรือว่าจะหยุด แค่นั้นพอครับ

    ฝนตกหนักก็ไม่ต้องเปิดไฟฉุกเฉินหรอก : กรณีฝนตกหนัก รถก็มักจะวิ่งแล้วเปิดไฟฉุกเฉินวูบวาบกันเป็นส่วนมาก เข้าใจว่าต้องการให้คันอื่นได้สังเกตเห็นเรา แต่ความเป็นจริงไม่ต้องครับ ไฟฉุกเฉินจากหลายๆ คันวูบวาบเต็มถนน จะทำให้คนขับเสียสมาธิและรู้สึกสับสน อันนี้เรื่องจริงเพราะเจอมากับตัวเอง และทำให้ “แยกไม่ออกว่าคันไหนวิ่งหรือคันไหนจอด” บางคนอาจจะคิดว่า รถก็ต้องจอดเลนซ้ายสิ ถ้าเลนขวาก็ต้องวิ่ง จริงๆ รถมันก็มีโอกาสจะจอดเสียได้ทั้งนั้นแหละ แล้วจะรู้ไหมล่ะ ว่าคันไหนจอด คันไหนวิ่ง ก็เปิดไฟฉุกเฉินกันหมด ทางควรทำก็คือ “ไม่ต้องเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งขณะฝนตกหนัก” รถวิ่งก็วิ่งไป ไฟฉุกเฉินจะใช้เวลาจอดริมถนนด้วยเหตุขัดข้องใดๆ เท่านั้น


9
ขายเครื่องเสียง ติดรถตรงรุ่นPulsar sv / Sylphy 1.6v สถาพใหม่(98%)
จอแสดงผลรองรับกล้องมองหลัง รองรับช่องUSB  CD  MP3  Ipod
ราคา4500บาท พร้อมหน้ากาก
สามารถติดตั้งกับ Sylphy 1.6v  e  s  ได้
ของติดรถจากศูนย์  การจัดส่งตกลงกันได้  ต่อรองได้  สนใจติดต่อ


ขายแล้ว





ฝากขาย สำหรับท่านที่สนใจ วิทยุ 1DIN เสียงเทพๆ PIONEER DEH-9350SD
หน้ากากถอดได้  มีช่องUSB /SD card /AUX in /MOSFET 50W x4 รองรับการเล่น CD / MP3 / WMA / WAV / AAC สภาพ 70%   
ราคา 2000บาท พร้อมอุปกรณ์ครบ รีโมท สายY  คู่มือ
   
ขายแล้วครับ



มือใหม่หัดขาย แบ่งปันกันใช้

 :emo_103:
ขายแล้วครับ                                 ลบได้ครับพี่add

10
*** เมื่อคุณโกรธ ***
 (อยากให้อ่านนะครับ ดีมากๆ !!!)


ขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังขัดล้างรถอย่างขะมักเขม้น
ลูกชายวัย 4 ขวบ ก้มลงเก็บก้อนหินขึ้นมา
แล้วบรรจงขูดขีดไปบนด้านข้างของตัวรถ

พักใหญ่ต่อมา...
เมื่อพ่อได้ยินเสียงครูดของหิน
ก็เกิดความฉุนเฉียว โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เขากระชากมือลูกมา
ตีลงบนมือน้อย ๆ นับครั้งไม่ถ้วน
โดยไม่ทันนึกว่าตนได้ถือก้อนหินก้อนที่ลูกนั้นได้นำมาขูดรถอยู่ในมือ

ณ โรงพยาบาล..
นิ้วลูกชายถูกตัดออก เพราะกระดูกแตก
จนหมอไม่สามารถเชื่อมต่อได้

ขณะที่พ่อเข้ามาดูลูกในห้อง
ลูกมองพ่อด้วยสายตาปวดร้าว
แล้วถามพ่อว่า
" เมื่อไร นิ้วหนูจึงจะยาวเหมือนเดิม ? "

คำถามนั้น...
เหมือนคมมีดกรีดลึกลงไปในหัวใจผู้เป็นพ่อ
เขารู้สึกละอายใจ รู้สึกผิด
และเสียใจในการกระทำตนอย่างไม่อาจให้อภัย

เขาจึงกลับไปที่รถ
เตะมันสุดแรงเกิดโดยไม่ยั้งจนเหนื่อยหอบ
แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างรถอย่างเศร้าใจ
สายตาพลันเหลือบไปเห็นรอยขูดขีด

เขาเบิกตากว้าง !
จ้องมองคำว่า "รักพ่อ"
น้ำใส ๆ เริ่มเอ่อ แล้วไหลอาบแก้ม
เขาเอามือปิดหน้า
ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับใจจะขาด


รุ่งขึ้น...
ชายคนนั้นได้ฆ่าตัวตาย
อารมณ์โกรธ มีโทษมหันต์
ปัญหาของโลกในทุกวันนี้

คือ
คนบางคน..
รักรถ หวงรถ หรือสิ่งของอื่น
ยิ่งกว่ารักและห่วงใยลูก
หรือ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

จำไว้เสมอว่า..."สิ่งของมีไว้ให้ใช้ และ คนมีไว้ให้รัก"


(ศูนย์พัฒนาคุณภาพสังคมคนไทยทำดี)
Cr. นำมาจาก  FB บนโลกความเป็นจริง  เรื่องร้ายๆแบบนี้ ก็มีให้เห็นและได้ยินบ่อยๆ พี่กับน้อง พ่อแม่ลูก หรือแฟนคุณเอง แตกต่างเรื่องราวกันไป   เรื่องเล็กๆที่มองข้ามไป      คุณๆเคยมีประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้มั๊ย   แล้วโกรธมากๆ แล้วตั้งสติได้    ผมเองก็เคย
 :blank:



11
คู่มือการใช้รถ Nissan PULSAR
เครื่องยนต์
MRA8DE    MR16DDT
ไว้เป็นทางเลือก สำหรับท่านที่ไม่ได้พกติดรถ แล้วเกิดความสงสัย หรือกรณีฉุกเฉินเข้ามาหาอ่านได้


http://www.nissan.co.th/~/media/Files/Nissan/Asia%20Pacific/Thailand/Owner%20manual/TH/C12-PulsarTH_OM_04_14.pdf
...
ตารางเปรียบเทียบราคาอะไหล่แท้ นิสสัน
http://www.nissan.co.th/th/Owning/Parts-price-comparison/Pulsar.aspx


Cr : Nissan Thailand

12
ไปเปลี่ยนมาหลายวันแล้ว     มีเวลาว่างเลยเอามาโชว์ให้นินทากันเล่นๆ
นี่เป็นของเดิม 1.6sv   คิดอยู่หลายวันที่จะบอกลา  เพราะโดยรวมแล้วก็ลงตัวหลายๆเรื่อง  แต่เพราะมันมีคำว่า
กล้องหลัง  Navi  TV digital  DVD   จอได้ตั้ง8"    แบบนี้ต้องเปลี่ยน  หาของเล่นแก่เหงา
                          :emo_112:

เอาหน้ากากออก  แลดูแปลกๆดี   แต่ดูช่างเขาแกะ ง่ายมาก


หัวใจสำคัญของความบันเทิง จากโรงงาน  ก็ได้วาง  นั่งมองด้วยความอาลัย (ยังๆไม่ขาย  จนกว่าตัวใหม่จะApprove ชนะใจเราก่อน)
                  :emo_112:

นี่ก็เป็นเพื่อนแห่งความบันเทิงอันใหม่ของผม   แต่ค่อนข้างต้องทำความเข้าใจกับเพื่อนชาวจีนอันนี้อีกสักพัก  เลยยังไม่อธิบายไปมากกว่านี้   เอาหน้าตาหล่อๆมาอวดก่อน  เรื่องอื่นที่คาดหวังไว้ทีหลัง   เดี๋ยวว่างเยอะๆอีกจะว่ากันต่อไปกับเพื่อนชาวจีนจอใหม่อันนี้


 :emo_108:

13
1.6SV วันว่างๆ สงสัยเลยแกะเสาA เล่น     เอามาแบ่งปัน เผื่อว่าจะเป็นแนวทาง ทำอะไรสนุกๆ

อย่างแรกที่ผม คิดตอนนี้คือ จะหาtweeter เสียดีๆมาเสริม แต่ยังหาตำแหน่งวางที่ดูดีไม่ได้   
ถ้าได้เสาA ตรงรุ่นของ1.8ืnavi (ที่มีรูลำโพงมาแล้ว)ก็จะลงตัวดี 




14
เจอข้อมูล จึงนำมาฝาก  หลักการทำงานของเกียร์ Xtronic CVT ที่มีในรถของเราครับ


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=XowLifROtCw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=XowLifROtCw</a>

15
ฝากไปถึงศูนย์บริการต่างๆด้วยนะครับ      แต่ที่แน่ๆมันเกิดขึ้นแล้ว   
ขออนุญาตลงไว้ห้องนี้นะครับ    มีคนเดือดร้อนจากเวบPantip นะครับ   
#ความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน!!!   

เรื่องมีอยู่ว่า.. เมื่อวันที่11/04/2557 แม่ได้ออกรถ Nissan Almera สีเทาม่วง ที่ บริษัทนิสันสาขาพระราม3 โดยในใบจองระบุชัดเจนว่าแถมไฟตัดหมอกเนื่องจากวันออกรถไฟตัดหมอกยังไม่มาจึงออกรถก่อนแล้วเซลบอกว่าถ้าไฟตัดหมอกมาจะโทมาแจ้งภายหลัง
      ในวันที่ 10/05/2557 ทางศูนย์โทมาแจ้งให้นำรถไปติดไฟตัดหมอกทางเรากับแม่ก็นำรถไปที่ศูนย์พระราม3ตั้งแต่เช้า แต่เนื่องจาก ผจก.(เอกพงษ์ ลาภเวโรจน์)แจ้งกับเราว่าศูนย์พระราม3 อุปกรณ์ไม่เอื้ออำนวยและช่างไม่มีความชำนานจึงต้องนำรถไปติดไฟตัดหมอกที่ศูนย์ใหญ่ (รามอินทรา กม.4)โดย ผจก. เป็นคนรับเรื่องและจะเป็นคนนำรถไปศูนย์ใหญ่รามฯด้วยตนเอง พร้อมบอกว่าถ้าติดไฟตัดหมอกเสร็จจะโทรแจ้งให้มารับรถที่ศูนย์พระราม3ทันที!! จนกระทั่งเวลา 12.00 น. ผจก.โทรมาแจ้งว่าเซลขับรถไปประสบอุบัติเหตุแถวหน้าโชว์รูมพระราม3 ภาพแรกที่เห็นสภาพรถบอกตามตรงว่ารับไม่ได้ (ชนถึงตัวถังรถด้านหลังทำให้โครงรถผิดรูป ปิดฝากระโปรงไม่ได้) เสียหายดังภาพ เราจึงถาม ผจก.ว่าจะรับผิดชอบยังไงกับเรื่องนี้ ผจก. ได้มีการปัดความรับผิดชอบโดยให้เราติดต่อไปทางผู้บริหารใหญ่ (สมบัติ เลาะหมัด) แต่ทางผู้บริหารรับเรื่องไว้เพียงหนึ่งครั้งและหลังจากนั้นได้ปิดโทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้ โดยบอกแต่เพียงว่ายังไงก็จะซ่อมแซมและเปลี่ยนอะไหล่เพื่อให้นำกลับมาใช้ดังเดิม
       ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทางเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ณ ตอนที่ชน ไม่ได้เป็นผู้ขับเอง แล้วทำไมเราต้องยอมรับสภาพความเสียหายของรถซึ้งเราไม่ได้เป็นผู้กระทำ เสียใจและเสียความรู้สึกเป็นอย่างมากจึงอยากวิงวอน เรียกร้องความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่และผู้บริหารของ บ.นิสันให้ออกมารับผิดชอบในครั้งนี้ด้วยค้ะ โดยการเปลี่ยนรถคันใหม่ป้ายแดง หรือ คืนเงินเต็มจำนวนค่ะ เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้าไม่ได้รับความเป็นธรรมเลยค้ะ ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้บกับครอบครัวของตนเอง.


ช่วยกันแชร์นะคะถ้าเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ขอบคุณค้ะ

ที่มา   Cr. http://pantip.com/topic/32071249

ความเห็นของผม    ผมจะขอรถคันใหม่    ถ้ามันยากลำบาก   ขอเงินคืนตามเอกสารซื้อขาย   ไม่รวมค่านั่งรถไปศูนย์ ค่าน้ำ  ค่า....

หน้า: [1] 2